2005/Nov/09

นิยามความรักของคุณคืออะไร

ส่วนของเรา...ความรัก ก็เหมือนกับ รองเท้า

รองเท้าแตะส่วนมากขายตามร้านทั่วไป

ดังนั้นเวลาเราไปเห็นก็ไม่เคยจะนึกสนใจ

มีคนเสนอขายให้ราคาถูกๆ ก็ไม่เคยคิดจะซื้อ

แต่พอจำเป็นเข้าจริงๆ ก็ต้องไปซื้อมาแก้ขัดก่อนอยู่ดี


รองเท้าบางคู่สบายใหม่ๆ อาจรู้สึกสบาย แต่ถ้าใส่นานๆ เข้า

อาจจะรู้สึกว่ารองเท้าคู่นี้ไม่เหมาะกับเรา

อยากจะถอดทิ้งเสียเหลือเกิน


รองเท้าบางคู่ลองใส่ที่ร้านแล้วรู้สึกแปลกๆ

อาจมีบ้างที่คับไป หรือหลวมไป

แต่ใครจะรู้ว่าบางทีพอใส่ไปซักพัก หนังอาจจะขยายพอดีกับเท้าของเรา

จนรู้สึกว่าดีเหลือเกินที่ตอนนั้นตัดสินใจเลือกคู่นี้


รองเท้าบางคู่ ดูภายนอกอาจตลก

แต่รู้มั๊ยว่าบางทีเมื่อมันมาอยู่คู่กับเท้าของเรา

อาจจะทำให้ทั้งเท้าของเราและรองเท้าดูดีผิดหูผิดตาไป


ส่วนรองเท้าคู่ไหนที่เห็นคนอื่นใส่แล้วดูดี

ก็ไม่แน่เสมอไปว่ามาอยู่กับเราแล้วจะดีเหมือนอยู่กับคนอื่น


....เคยเจอมั๊ย...ใครที่มีรองเท้ามากมายเกินความจำเป็น

เขาเหล่านั้นก็คงจะไม่รู้ว่าคู่ไหนเป็นคู่โปรด

ตราบเมื่อเค้าได้เสียรองเท้าคู่นั้นไป

ซึ่งมันก็อาจจะสายไปเสียแล้วที่จะทวงคืน


แล้วรองเท้าตามโรงแรมล่ะ

รองเท้าสาธารณะเหล่านั้นที่ได้ผ่านเท้าของผู้คนมามากมาย

บางคู่อาจยังใหม่

บางคู่อาจดูโทรม ส่วนบางคู่อาจจะนำพาโรคมาสู่ผู้ที่ใส่

แต่รองเท้าสาธารณะเหล่านี้ มีความเหมือนกันอยู่อย่างนึงคือ

ยากมากจนเรียกว่าแทบจะไม่มีเลย ที่จะมีคนมาขอซื้อเป็นเจ้าของ

นอกเสียจากซื้อไว้ดูเล่น ซึ่งก็จะไม่มีทางได้สัมผัสกับความรัก

ระหว่างเจ้าของกับรองเท้า...เฮ้อ...น่าสงสาร....


...รองเท้าที่เหมาะกับเรา หาไม่ยาก และไม่ง่าย

แต่ถ้าเดินไปแล้วเจอคู่ที่ถูกใจ

อยากบอกว่า ให้รีบตัดสินใจซื้อ

ก่อนที่จะถูกคนอื่นมาชิงตัดหน้าไปก่อน

ซึ่งรองเท้าคู่นั้นอาจจะเป็นคู่เดียวในโลกที่เหมาะกับเรามากที่สุดก็ได้


ส่วนรองเท้าบางคู่ที่ไม่เหมาะกับเรา ใส่แล้วไม่รู้สึกสบาย

ขอแนะนำว่าอย่าพยายามใส่ต่อไปอีกเลย มีแต่จะทำให้เราทรมาน

เพราะในที่สุดเราก็ต้องโยนมันทิ้งไปอยู่ดี


รองเท้าสมัยใหม่ ดูแล้วกิ๋บเก๋

แต่รองเท้าสมัยเก่าใส่แล้วก็ดูดีไปอีกแบบ

จะสมัยไหนก็ช่าง

ขอให้ใส่แล้วสบายที่สุด

แล้วเมื่อเจอแล้วจงใส่มันอย่างถะนุถนอม

จะได้อยู่กับเราไปนานเท่านาน


ที่แน่ๆคือคุณจะไม่มีวันได้รู้หรอกว่า

รองเท้าคู่ไหนเหมาะกับคุณที่สุด

คุณจะรู้ก็ต่อเมื่อคุณได้ลองใส่มันเท่านั้น

...ว่าแต่วันนี้คุณได้เจอรองเท้าที่คุณคิดว่าเหมาะกับคุณหรือยังเอ่ย?

ผมเอามาจาก forward mail อ่านแล้ว อืม คิดได้นะคนเราแล้วคนที่ไม่มีขานี่เขาจะเทียบความรักกับอะไร สรุป ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรเปรียบเทียบกับความรักได้ ความรักเองก้อไม่สามารถเปรียบได้กับสิ่งอื่นใดเหมือนกัน

2005/Nov/04

วันนี้แย่จังเลยอ่ะ ความมั่นใจหายไปมากเลย เจลใส่ผมหมดง่ะ

ทุก ๆ เช้าตื่นขึ้นมา ผมต้องเปิดทีวี เสียบปลั๊ก กินเนสวีต้า หรือโอวัลติน

ขนมปัง กับ ผลไม้สักผล รู้สึกว่าจะขาดโปรตีนไปหน่อย

ผมกินไปพร้อมกับการดูข่าวครึ่งชั่วโมงทุกวันผม

ข่าวที่ผมดูจะเป็น เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3

พอเสียงเพลงชาติดังผมจะปิดทีวีแล้วเปิดวิทยุแทนเพื่อฟังเพลง

ผมฟังเพลงไป แปรงฟันไป+บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากอีก 1 รอบ ทำธุรกิจในห้องน้ำ อาบน้ำประมาณ 15 นาที

หลังจากนั้นก้อทาครีมทาหน้าตามด้วยกันแดดเสร็จ ก้อจะใส่ผมด้วยมูธ หรือเจล

แต่เจ้ากำวันนี้มันหมดซะล่ะ ทำให้ผมไม่ค่อยอยู่ทรงชี้โด่ชี้เด่ไปหมด หลังจากใส่เจลไปสักพัก

ก้อทาแป้งที่หน้า แล้วเช็ดออกไม่ให้วอกมาก อิอิ แต๋วซะไม่มี ตามด้วยวาสลีนที่ริมฝีปาก

หน้าตาไม่ดียังไง ตอนนี้ผมอยู่ในห้องน้ำ ผมก้อหล่อที่สุดแล้วล่ะ อิอิ แล้วก้อตามด้วยครีมทาผิว

เริ่มจากแขนซ้าย แขนขวา ตัว จนถึงขาซ้ายและขาขาว ระหว่างที่เข้าห้องน้ำนี้ไม่ได้ปิดประตู

แต่เปิดพัดลมให้ลมเข้าไปเย็นสบายดี ไม่เชื่อลองดู มีความสุขดีจริง ถ้าไม่สายนะ เอิ๊กๆ

หลังจากนั้นก้อรีบใส่เสื้อตามด้วยสเปรดับกลิ่นเต่า อิอิ ติ้วสีขาว กางเกง เข็มขัด ถุงเท้า รองเท้า

ก้าวย่างอย่างรวดเร้วและว่องไวไม่งั้นจะสาย ไปขึ้น BTS ที่พญาไท ไปลงสยาม วิ่งไปที่ Centre Point

รีบตอกบัตรโครม ไม่สายล่ะรอดไปอีกวัน ถึงโต๊ะหยิบพัดขึ้นพัดทันใด พอเย็นใจเปิด exteen เขียน blog ทันที

ก่อจะส่งสู่สาธารณะชน เปิดเก๊ะทาครีมบำรุงมือและเล็บ 1 รอบ อิอิ จบblog

2005/Nov/02

งงไหมล่ะ งงสิผมใส่ใจกะคนรอบข้างมากไปจริง ๆ มั๊ง
ต้องเลิกใส่ใจกับคำพูดของคนอื่นเสียที ถ้าเขาไม่ได้บอกว่าเขาเดือดร้อนเพราะเรา
เราก้อเป็นในสิ่งที่เราเป็นเรา ตัวเราไม่ใช่ของเราบ้าจริงแล้วมันของงใครล่ะ
ผมยังเป็นคนธรรมดายึดติดกับสิ่งสวยงามและภาพลวงตา/เปลือกนอกเท่านั้น
ตอนนี้ผมทำไครเดือดร้อนเพราะตัวผมหรือเปล่านะ ถ้าเขาบอกผมก้อดีสิ
ผมเคยคิดจะเปลี่ยนคนอื่น แต่ตอนนี้ไม่แล้วล่ะ เพราะตัวผมเองยังไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้
แต่ผมก้อจะไม่อยากเป็นเหมือนสิ่งที่ผมเป็นอยู่
ผมจะทำตัวร่าเริงและสนุกสนาน แต่จริง ๆ ผมก้อซ่อนสิ่งที่ไม่อยากให้ทุกคนได้เห็น
ความอ่อนแอ ความบอบบาง ความอ่อนไหวของตัวผมเอง จะเอาชนะพวกมันอย่างไรนะ
ผมก้อต้องการเพื่อนสักคนที่ไม่สนใจว่าผมจะเป็นอะไร ผมไม่ได้อยากมีเพื่อนที่มาบอกให้ผมต้องเป็นอะไร
ผมเคยอยากบอกเพื่อนในหลาย ๆ เรื่องที่เพื่อนไม่รู้แต่การที่ไม่บอกน่าจะดีกว่า เพราะว่าผมยังไม่ไว้ใจเพื่อนหรือ
สิ่งที่สำคัญตอนนี้ผมเป็นอะไร
ไม่สำคัญหรอกนะผมเป็นอะไรหรือเป็นใคร ผมเป็นตัวผมเองดีที่สุด
ปล่อยวางซะ แล้วจะดี ผมต้องรู้จักการปล่อยวางแล้วล่ะ
ไม่ต้องเสียใจ หรือดีใจจนออกนอกหน้าหรอก ผมเป็นตัวของผมเองไม่โทษใคร
จะคิดอีกทีผมมีอะไรดีล่ะทุกคนจึงมาสนใจสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวผม
ทุกคนที่มองผมเพราะผมเรียกร้องความสนใจหรือเปล่านะ
เลิกติดต่อสักพักดีกว่า ลองดู